01 ธันวาคม 2552

เรื่อง การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

จัดทำโดย นางสาวศิถยา งามสมเกล้า 4902100004


1. มีความพอประมาณ พื้นฐานสำคัญสำหรับการสร้างเศรษฐกิจอย่างพอเพียงก็คือ ต้องรู้จักพอประมาณ เพราะถ้าคนเรารู้จักพอในความต้องการของตน ความโลภก็จะเริ่มน้อยลง แต่คำว่าพอประมาณก็ไม่ได้หมายถึงน้อยเกินไป บางคนอ้างว่าพอประมาณจึงกินน้อยจนเกิดโรค ซึ่งนั่นไม่ได้แปลว่าพอ แต่หมายถึงการเบียดเบียนตนเอง ดังนั้นความหมายของพอประมาณจึงแปลได้ว่า ความพอดี ไม่มากไป หรือ น้อยเกินไปจนสุดโต่ง และที่สำคัญคือต้องไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
2. รู้จักเหตุและผล การจะใช้ชีวิตอย่างพอเพียงส่วนหนึ่งต้องมาจาก การรู้จักเหตุ และผล ซึ่งไม่ได้หมายถึง เหตุและผลในการจับจ่ายซื้อของหรือใช้เงินเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการมีเหตุผลทุกการตัดสินใจ ทุกการลงทุน ทุกการกระทำต้องคำนึงถึงเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และผลที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ และถ้าเราสร้างการมีเหตุและผลให้ติดตัวแล้วต่อไปถ้าเราจะหยิบเงินจากกระเป๋าความยับยั้งชั่งใจก็จะเกิดตามมาเป็นอัตโนมัติในทันที
3. สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้ชีวิต ในยุคที่บ้านเมืองมีการเติบโต และผกผันทางเศรษฐกิจรวดเร็วเช่นนี้ การสร้างภูมิคุ้นกันให้พร้อมที่จะเผชิญทุกสิ่งดูจะเป็นอีกเรื่องที่จำเป็น โดยเราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเผชิญพร้อมยอมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงที่มาจากทั้งภายในและภายนอกทั้งนี้วัคซีนที่ต้องฉีดก็ คือ ความรู้กับ คุณธรรม ความรู้ คือ การรอบรู้รอบคอบ รู้จักนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาวางแผนและปฏิบัติ ส่วนคุณธรรม คือ ความอดทน ความเพียร และความซื่อสัตย์ ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่การเกิดสติปัญญาในการใช้ชีวิต
4. เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย หลักการนี้ถือเป็นพื้นฐานของการออมเลยก็ว่าได้ สำหรับการเพิ่มรายได้นั้นเราต้องยอมรับความจริง ก่อนเสียว่าทุกสิ่งในโลกไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ทุกอย่างต้องมีการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนค้าขาย การหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ บางครั้งก็ต้องลงทุนลงแรง เช่น การหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อเป้าหมายในการเพิ่มเงินเดือน หรือหาโอกาสก้าวหน้าในอนาคต ส่วนการลดรายจ่ายต้องเริ่มที่รายการรายจ่ายในชีวิตประจำวัน และให้ลำดับความสำคัญ จากนั้นลดทอสิ่งที่ไม่จำเป็นจนเหลือแต่สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตจริง ๆ
5. ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ เมื่อเราจัดรู้ว่าสิ่งไหนที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทีนี้เราต้องฉลาดที่จะซื้อด้วย โดยการเลือกซื้อสินค้าที่คุ้มค่า คุ้มประโยชน์ ที่สำคัญ คือ ต้องฉลาดคิดก่อนก่อหนี้ เช่น ถ้าคิดจะก่อหนี้เงินกู้เพื่อเช่นที่อยู่อาศัย ไม่ควรให้มีภาระการผ่อนชำระเกิน 30% ของรายได้ครอบครัว และถ้าจะกู้เพื่อซื้อรถยนต์ก็ ไม่ควรให้มีรายการผ่อนชำระเกิน 15% ของรายได้ครอบครัวเช่นกัน ส่วนฉลาดใช้ คือ การรักษาสิ่งของต่างๆให้คงอยู่ในสภาพที่เหมาะกับการใช้งานได้นาน ๆ รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่าย จำพวกค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ด้วย
6. พอเพียงด้วยวิถีพุทธ การที่จะให้เศรษฐกิจชุมชน เป็นเศรษฐกิจที่พอเพียงได้ก่อนอื่นเราต้องสร้างวินัยให้ตนเอง และสร้างชุมชนเล็ก ๆ อย่างครอบครัวหรือตัวเราเองให้กลายเป็นชุมชนที่พอเพียงเสียก่อน โดยหัวใจหลัก คือ การพึ่งพาตนเองได้ รู้จักคุ้นค่าของธรรมชาติและรู้จักใช้สิ่งที่ธรรมชาติให้มา ให้เป็นประโยชน์ที่สุด และต้องไม่ลืมที่จะ ลด ละ เลิก อบายมุกที่เป็นสิ่งที่เกิดความ ยากได้ยากมีเหมือนกับคน อื่นๆ
7. จดทุกครั้งเมื่อจ่าย การจด คือ หลักง่ายๆในการบริหารเงิน หรือพูดง่ายๆก็คือเป็นการเฝ้าติดตามรายจ่าย พร้อมทั้งบริหารการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับชีวิตจริงของตัวเราเอง ซึ่งบัญชีรายรับรายจ่ายเหล่านี้จะเป็นหลักฐานชั้นดีในการเตือนตัวเองว่าในแต่ละเดือนเรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่จำเป็น และไม่จำเป็น พอเราจดจะเห็นทันทีว่าเงินหายไปไหน และพอรู้เส้นทางการจากไปของเงินแล้ว เราก็จะได้จัดการปิดเส้นทางนั้น และตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงิน ไม่ปล่อยให้มันไปเที่ยวไหนอีกแล้ว
8. เทคนิคให้มีเงินออม การออมจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปหากเราตั้งใจแน่วแน่ที่จะกำหนดเป้าหมายการเก็บออมว่า ในแต่ละเดือน แต่ละปี จะมีเงินออมเท่าไหร่ จากนั้นกำหนดเป้าหมาย การใช้จ่ายในแต่ละวัน แต่ละเดือน และเมื่อไหร่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ แล้วจึงประหยัดรายจ่ายด้วยการจ่ายน้อยกว่าหรือเท่ากับเป้าหมายการใช้จ่าย เพื่อให้มีเงินเหลือมากขึ้น และถ้าเป็นไปได้ไม่ควรก่อหนี้เมื่อโดยจำเป็น และเกินกำลัง ซึ่งไม่ได้แปลว่ามีหนี้ไม่ได้ แต่ให้เตือนตัวเองเสมอว่าหนี้มีได้แต่ต้องไม่เกินกำลัง และต้องชำระคืนให้หมดโดยเร็วด้วยนะ



สรุปนื้อหา
ท้ายที่สุดของการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงก็ คือ การฉลาดใช้ชีวิต ซึ่งการฉลาดนี้ไม่ได้แปลว่าการฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ ฉลาดออม และฉลาดหาเงินเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความฉลาดใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนครอบครัวมีความสุข ไม่ต้องร่ำรวยเป็นเศรษฐี แต่ก็ไม่ได้อดอยากจนต้องเบียดเบียนตนเอง และก็ไม่ใช่ว่าอยากได้จนต้องเบียดเบียนคนอื่นนั่นเองหวังว่าคนที่ได้อ่านการใช้ชีวิตแบบพอเพียงของผมคงมีแนวคิดให้กับตนเองในการใช้ชีวิตให้ดำรงอยู่ได้ในสังคม
ข้อมูลจาก : นายสยมภู จันถา

คำถาม
1.พื้นฐานสำคัญสำหรับการสร้างเศรษฐกิจอย่างพอเพียงคืออะไร
2.ถ้าคิดจะก่อหนี้เงินกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ควรให้มีภาระการผ่อนชำระเกิน กี่เปอร์เซ็ต์ของรายได้ครอบครัว
3.การเปลี่ยนแปลงที่มาจากทั้งภายในและภายนอกทั้งนี้วัคซีนที่ต้องฉีดในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้ชีวิต คืออะไร


4 ความคิดเห็น:

  1. 1.ตอบ พื้นฐานสำคัญสำหรับการสร้างเศรษฐกิจอย่างพอเพียงก็คือ ต้องรู้จักพอประมาณ

    2.ตอบ ถ้าคิดจะก่อหนี้เงินกู้เพื่อเช่นที่อยู่อาศัย ไม่ควรให้มีภาระการผ่อนชำระเกิน 30% ของรายได้ครอบครัว

    3.ตอบ การเปลี่ยนแปลงที่มาจากทั้งภายในและภายนอกทั้งนี้วัคซีนที่ต้องฉีดก็ คือ ความรู้กับ คุณธรรม ความรู้ คือ การรอบรู้รอบคอบ รู้จักนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาวางแผนและปฏิบัติ ส่วนคุณธรรม คือ ความอดทน ความเพียร และความซื่อสัตย์ ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่การเกิดสติปัญญาในการใช้ชีวิต


    นางสาวสุตนทรา ประสงค์คราม เลขทะเบียน 5002100341

    ตอบลบ
  2. คำตอบคือ
    1.ต้องรู้จักพอประมาณ
    2.ไม่ควรให้มีภาระการผ่อนชำระเกิน 30% ของรายได้ครอบครัว
    3.ความรู้กับ คุณธรรม ความรู้ คือ การรอบรู้รอบคอบ รู้จักนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาวางแผนและปฏิบัติ ส่วนคุณธรรม คือ ความอดทน ความเพียร และความซื่อสัตย์ ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่การเกิดสติปัญญาในการใช้ชีวิต

    นางสาวชลนิสา จงจิตร เลขทะเบียน 5002110021

    ตอบลบ
  3. 1.ตอบ ต้องรู้จักพอประมาณ
    2.ตอบ ไม่ควรให้มีภาระการผ่อนชำระเกิน 30% ของรายได้ครอบครัว
    3.ตอบ ความรู้กับ คุณธรรม

    น.ส.ทัศนีย์ ศรีชาย เลขทะเบียน 5002110018

    ตอบลบ
  4. คอบ

    1.ต้องรู้จักความพอประมาณ
    2.ไม่ควรให้มีภาระการผ่อนชำระเกิน 30% ของรายได้ครอบครัว
    3.ความ รู้กับ คุณธรรม ความรู้ คือ การรอบรู้รอบคอบ รู้จักนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาวางแผนและปฏิบัติ ส่วนคุณธรรม คือ ความอดทน ความเพียร และความซื่อสัตย์ ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่การเกิดสติปัญญาในการใช้ชีวิต


    นางสาวธารารัชน์ เกษตรธรรม ID 4902100142

    ตอบลบ