16 กุมภาพันธ์ 2553

จัดทำโดย นางสาวรัฐติพร ศิลป์มานะกิจ 4902100049

ภาวะเรือนกระจก (Greenhouse effect)ภาวะเรือนกระจกคืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร โลกของเรามีก๊าซต่าง ๆ ในชั้นบรรยากาศห่อหุ้มอยู่โดยรอบ ทำหน้าที่คล้ายเรือนกระจกหรือกรีนเฮาส์เป็นเกราะกำบังกรองความร้อนที่จะผ่านลงมายังพื้นผิวโลก และเก็บกักความร้อนบางส่วนเอาไว้ ทำให้โลกมีอุณหภูมิพอเหมาะสำหรับการดำรงชีวิต แต่ในปัจจุบัน มนุษย์กำลังเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกอย่างร้ายแรง โดยการก่อและใช้สารเคมีบางชนิดในกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถทำลายเกราะป้องกันของโลกทำให้เกิดก๊าซบางชนิดเช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) ก๊าซคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC8) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) เป็นต้นและก๊าซเหล่านี้บางยังก่อให้เกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก GREENHOUSE EFFECT โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจนหนาแน่นขึ้น ทำให้เก็บกักความร้อนได้มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิอากาศของโลกสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศต่าง ๆ และมหาสมุทรจะขยายตัวจนเกิดน้ำท่วมได้ในอนาคตการปล่อยก๊าซเรือนกระจก( GREENHOUSE EFFECT ) เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ ก่อมลพิษทางอากาศ ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนซึ่งปกป้องผิวโลก และก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนอันเนื่องมาจากอุณหภูมิเฉลี่ยของผิวโลกสูงขึ้น และการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนนี่เองที่มีการตรวจพบล่าสุดตามข่าวที่ลุงถึกแจ้งว่า เกิดรูโหว่ของชั้นบรรยากาซโอโซน ที่เรียกว่า"รูโอโซน" ขยายตัวเป็นวงกว้างถึง 27.4 ล้านตารางกิโลเมตรเปรียบเทียบให้ดูง่ายๆคือคงจะใหญ่กว่าประเทศไทยถึง60เท่าที่เราเรียกว่า รูโอโซน คือระดับที่ต่ำของปริมาตรโอโซน ในบรรยากาศ การสูญเสียโอโซนในบรรยากาศระดับสูง เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะว่า โอโซน ช่วยดูดซับรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก จะทำให้ผิวหนังของมนุษย์มีโอกาสเสียงต่อการเป็นมะเร็ง สูงขึ้นรูรั่วของโอโซนมีผมต่อจุลินทร์ชีพ ถ้าจุลินทรีตาย ก็เรื่องใหญ่มาก ห่วงโซ่อาหารขาดสะบั้น มนุษย์คงจะมีปัญหาในการดำรงชีพแน่นอนจากรายงานการประเมินโอโซนในปี ค.ศ. 1991 พบค่าโอโซนต่ำลงในฤดูร้อนด้วย และเมื่อผู้คนอยู่กลางแจ้งจะได้รับแสงอัลตราไวโอเลตสูงสุดในฤดูร้อน เนื่องจากโอโซนสูญเสียไปในเวลาเดียวกัน และในปีหลังๆ พบว่ามีปัญหาสุขภาพมากขึ้น บนส่วนปลายแหลมของทวีปอเมริกาใต้ ในประเทศชิลี เคยมีรายงานว่า แกะที่เลี้ยงอยู่บริเวณนั้น ในบางปีจะเกิดมีอาการตาต้อ (cataract) และคนเลี้ยงแกะก็เป็นเช่นกัน และแพลงตอนซึ่งเป็นสัตว์ชั้นต่ำสุดในห่วงลูกโซ่อาหารในท้องทะเล ก็จะตายลงทีละมากๆ หากมีรังสียูวีเล็ดรอดลงมาบนโลกได้มากขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบมากมายในทางเศรษฐกิจของทั้งโลกได้สาวญี่ปุ่น ณ เมืองเกียวโต กับป้ายการจัดพิธีการวาระเริ่มบังคับใช้พิธีสารเกียวโต โดยตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.48 จะเป็นวันสุดท้ายที่อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ ประชาชนกว่าครึ่งโลกเตรียมเดินหน้าลดการทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก141 ประทศทั่วโลก ซึ่งมีส่วนสร้างก๊าซมากถึง 55% อันทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก โดยได้ร่วมให้สัตยาบันในสนธิสัญญานานาชาติในชื่อ “พิธีสารเกียวโต” (Kyoto Protocol) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Kyoto Protocol to the United Nations Framework Convention on Climate Change” โดยมีจุดหมายหลักคือต้องการยับยั้งสถานการณ์โลกร้อน ด้วยการลดปริมาณการก่อก๊าซอันทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกเดือน 2 วันที่ 16 ทั่วโลกร่วมใจรักษ์โลก แต่ยกเว้นสหรัฐอเมริกาซึ่งก่อก๊าซทำลายโลกมากที่สุด กลับไม่ยอมเข้าร่วมพิธีสารเกียวโตฉบับนี้ทางด้านสหรัฐฯ แม้จะปฏิเสธร่วมลงนามพิธีสารเกียวโต แต่ก็ออกมาหว่านยาหอมแก่ชาวโลกว่า สหรัฐฯ ตระหนักถึงสภาวะโลกร้อนเป็นอย่างดี โดยสหรัฐฯ ย้ำว่าให้ความสำคัญกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะปฏิเสธการเข้าร่วมลงนามพิธีสารเกียวโตที่จะมีผลบังคับใช้วันนี้แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ก็เตรียมงบประมาณมากกว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อศึกษาหาแนวทางแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนขึ้น

คำถาม
1. การลงสัตยาบันในสนธิสัญญานานาชาติที่เกียวโตมีชื่อว่าอะไร?
2. จากการทำสนธิสัญญาในข้อหนึ่ง มีวัตถุประสงค์อะไร?
3. ภาวะเรือนกระจกคืออะไร ?

อ้างอิงมาจาก : กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม